วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

โรงงานมาบตาพุดระเบิด

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3 รมว.อุตสาหกรรม ระบุ เหตุระเบิดโรงงานมาบตาพุด เสียหายกว่า 1,700 ล้านบาท คาดเหตุซ่อมบำรุงถังเก็บสารเคมี ด้านสมาคมต้านโลกร้อนหวั่นสารพิษก่อมะเร็งแพร่กระจาย แฉโรงงานบีเอสทีทำ EHIA ไม่สมบูรณ์ จี้เพิกถอนใบอนุญาต จากกรณีที่่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม โรงงานกรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด หรือ บีเอสที ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ระเบิดและไฟไหม้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย และผู้บาดเจ็บ ทั้งหมดมี 141 ราย แพทย์รักษาและให้กลับบ้านแล้วบางส่วน เหลือผู้บาดเจ็บนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล 29 ราย จำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บอาการหนัก 4 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ ทางด้าน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การประเมินความเสียหายเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานที่เกิดเหตุมีความเสียหายประมาณ 1,500-1,700 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่แท้จริง ยังไม่สามารถระบุได้ แต่เบื้องต้น คาดว่า เกิดจากการซ่อมบำรุงถังเก็บสารเคมี ในโรงงานดังกล่าว ซึ่งจะมีการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ขณะที่่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า การระเบิดและไฟไหม้ในโรงงานดังกล่าว อาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายมลพิษออกมามากมาย เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ฝุ่นละอองรวม และสาร Non Methane Hydrocarbon (NMHC) และบิวทาไดอีน เป็นต้น ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง 19 ชนิดตามประกาศของกรม ควบคุมมลพิษ นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า บริษัทดังกล่าวได้ขอขยายโรงงานและการผลิตเพิ่มเติม โดยได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และ กนอ.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมานี้ ซึ่งจากเอกสารรายงาน EHIA ดังกล่าวถูกคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพ (กอสส.) ท้วงติงความไม่สมบูรณ์หลายประการ "ขณะที่การระเบิดและไฟไหม้จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนี้ บ่งชี้ให้เห็นว่าโรงงานดังกล่าวอาจไม่มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้าง หรือขยายกิจการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จึงเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐคือ กนอ. และกระทรวงอุตสาหกรรม อาจต้องพิจารณาประเด็นเรื่องใบอนุญาตที่ออกให้โรงงานดังกล่าวด้วย" นายศรีสุวรรณระบุ ส่วนกรณีที่่หลายคนหวั่นสารพิษก่อมะเร็งนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์พินิจ อัศวแสงรัตน์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลกรุงเทพ-ระยอง กล่าวว่า สารโทลูอีนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง ควันจากการลุกไหม้มีผลทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ เกิดผื่นคัน และอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน เวียนศีรษะอาเจียนได้ นายสุเมธา วิเชียรเพชร หัวหน้าชุดปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้อันตรายในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะชุมชนรอบรัศมี 3 กิโลเมตรไม่มีแล้ว ส่วนกรณีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าสารโทลูอีนที่พบในโรงงานจะเป็นสารก่อมะเร็งนั้น คงไม่ต้องกลัวกันเกินเหตุ แม้ตามทฤษฎีแล้วจะสามารถก่อมะเร็งได้จริง แต่ต้องเป็นการรับสารซ้ำกันทุกวันเป็นระยะเวลานานนับปี ไม่ใช่เกิดเหตุเพียงชั่วคราว "ที่มีการกังวลว่าฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้อาจปนเปื้อนสารเคมีจนไหลลงแหล่งน้ำและสะสม ถือเป็นการคาดเดาที่ผิด เพราะสารโทลูอีนไม่ละลายน้ำ แต่จะระเหยหายไปเมื่อเจอกับความร้อนของแสงแดด อย่างไรก็ตาม เราได้เตรียมการเข้าตรวจบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำใช้ในชุมชน และเฝ้าระวังรอบพื้นที่เกิดเหตุไปอีกซักระยะก่อน" นายสุเมธากล่าว
http://hilight.kapook.com/img_cms2/logo/krobkruakao2.gif

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น